โครงการชุมชนมีดอรัญญิก ไปรษณีย์เพิ่มสุข

ไปรษณีย์ไทยยกระดับเศรษฐกิจชุมชน หนุนเสริมสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์มีดอรัญญิกภูมิปัญญาตั้งเดิมจากบ้านต้นโพธิ์ จุดประกายไอเดียสู่แหล่งเรียนรู้เชิงอนุรักษ์

วันที่ 26 สิงหาคม 2559

โครงการชุมชนมีดอรัญญิก ไปรษณีย์เพิ่มสุข เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 25 สิงหาคม 2559 ที่บริเวณศูนย์การเรียนรู้ชุมชนมีดอรัญญิกบ้านต้นโพธิ์ ใกล้วัดสีจำปา หมู่ 6 ต.ท่าช้าง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา นายประยูร รัตนเสนีย์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา พลเอก สาธิต พิธรัตน์ ประธานกรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด  นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด  ร่วมเป็นประธานเปิดโครงการสนับสนุนชุมชนที่สำคัญของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ภายใต้โครงการ “ไปรษณีย์เพิ่มสุข วิถีชุมชน คนตีมีดอรัญญิก”โดยมีนางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ. คณะผู้บริหาร และพนักงานบริษัทฯ หัวหน้าส่วนราชการ  นักเรียน แขกผู้มีเกียรติ จำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรมร่วมกันอนุรักษ์ภูมิปัญญาโบราณเกี่ยวกับวิถีชีวิตการตีมีด ซึ่งเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยามิให้สูญหายสืบทอดสู่ลูกหลานเยาวชนในชุมชนต่อไป

 ปณท มุ่งเน้นการดำเนินงานด้าน CSR สร้างประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ด้าน CSR ของ ปณท ที่จะ “เป็นผู้นำในการเชื่อมโยงสังคมไทยด้วยเครือข่ายไปรษณีย์และทรัพยากรที่มี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน”  ได้กำหนดแผนการ ปี 2559-2563 (Roadmap 5 ปี) 2 ด้าน คือ ด้านโลจิสติกส์ และด้านตราไปรษณียากร

          1. ด้านโลจิสติกส์ ภายใต้โครงการไปรษณีย์เพิ่มสุข แบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ด้าน ได้แก่ 1. การสนับสนุนชุมชนที่สำคัญของ ปณท อย่างต่อเนื่องให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยการขนส่งผลิตภัณฑ์ของชุมชนฯ ไปสู่ผู้บริโภค  2. การขนส่งผลิตผลทางการเกษตร ๔ ภาค โดย ปณท ใช้ศักยภาพการขนส่งมาช่วยเหลือเกษตรกร ให้มีช่องทางการกระจายผลิตผลและไม่ถูกกดขี่ราคาจากพ่อค้าคนกลาง ในช่วงผลิตผลล้นตลาดสู่มือผู้บริโภค  โดยให้ฝ่ายต่างๆ ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินงานภายในองค์กร รวมถึงประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกในการจัดหาผลิตผลช่องทาง/สถานที่จำหน่าย และประชาสัมพันธ์โครงการเชิญชวนประชาชนมาซื้อผลิตผลที่จะนำมาจำหน่าย

          2. ด้านตราไปรษณียากร คือ การดำเนินงานผ่านโครงการตะลุยโลกแสตมป์ โดยดำเนินงานอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งมีรูปแบบ คือ นำเยาวชนด้อยโอกาส เยาวชนทั่วไป ครอบครัวไปรษณีย์ เข้าร่วมโครงการฯ โดยใช้แสตมป์อันทรงคุณค่ามาเป็นสื่อในการสร้างความรอบรู้ เปิดโลกกว้างแก่เยาวชน ณ สถานที่ต่างๆ ที่ปรากฏบนดวงแสตมป์ และภายในปี 2562 มีแนวทางการพัฒนา/ปรับปรุงรูปแบบพิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรที่มีอยู่           ในแต่ละภูมิภาค โดยต่อยอดพัฒนาให้เป็นจุด Landmark ที่คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ท้องถิ่น คัดเลือก/ จัดหมวดหมู่ตราไปรษณียากรที่เกี่ยวข้องกับภูมิภาคนั้นๆ ให้สะท้อนถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์ในแต่ละยุคสมัยให้แก่เยาวชนและผู้ที่สนใจ รวมทั้งอบรม/ศึกษาดูงานให้แก่ภัณฑารักษ์หรือเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลให้มีความชำนาญต่อไป

ไปรษณีย์ไทย เป็นรัฐวิสาหกิจที่มีความใกล้ชิดผูกพันกับสังคมไทยมายาวนาน เล็งเห็นถึงความสำคัญในการตอบแทนสังคมไทย ด้วยการใช้ศักยภาพเครือข่ายที่ทำการไปรษณีย์กว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ และทรัพยากรที่มีอยู่ร่วมเชื่อมโยงและส่งต่อความสุขให้แก่สังคมไทย โดยสร้างสรรค์โครงการ “ไปรษณีย์เพิ่มสุข” เพื่อดำเนินงานสนับสนุนชุมชนที่สำคัญ ใช้ความรู้ ความชำนาญ และจุดแข็งที่มีสนับสนุนชุมชนต่างๆ มีการบูรณาการการทำงาน ปณท ใช้แนวคิดการพัฒนากลุ่มชุมชนใน ๓ หลัก คือ

๑.    พัฒนาทัศนคติ คือ การพัฒนาให้ชุมชนยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง ไม่รอพึ่งพาภายนอก โดยเน้นกระบวนการ    พูดคุยหาทางออกในการทำงานร่วมกันที่เหมาะสมกับศักยภาพที่ชุมชนดำเนินการได้เอง ปณท จะไม่คิดให้ ทำให้        แต่ ปณท จะกระตุ้นให้กลุ่มคิดและทำด้วยตนเอง เพราะเราเชื่อว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนต้องมาจากความต้องการของชุมชน และสอดรับกับสังคมนั้นๆ จึงจะยั่งยืน

๒.    พัฒนาความรู้ คือ การเข้าไปหนุนเสริมความรู้ที่จำเป็นต่อกลุ่ม ในด้านที่ ปณท มีความชำนาญ หากความรู้ด้านที่ ปณท ไม่ชำนาญ ก็จะเชื่อมโยงประสานให้ เพื่อให้กลุ่มทำงานบนฐานการใช้ความรู้สู่การพัฒนา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

๓.    พัฒนาการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ คือ การพาคิด พาทำงาน โดยใช้แผนงานกำกับ มีการประเมินติดตามผลเป็นระยะเพื่อปรับปรุงการทำงาน และใช้ระบบกลุ่มในการทำงานตัดสินใจไม่ใช่การทำงานเพียงคนใดคนหนึ่ง

      จากแนวคิด ๓ ด้านนี้ จะช่วยส่งเสริมให้ชุมชนเกิดการ “คิดเองเป็น ทำเองเป็น และรับผิดชอบในผลที่เกิดจากการคิด และการทำงานอย่างมีเหตุมีผล” สิ่งเหล่านี้ทำให้ชุมชนได้ค้นพบศักยภาพตนเอง เรียนรู้และเติบโตอย่างต่อเนื่อง และท้ายที่สุดคือเกิดความภาคภูมิใจในผลงานตนเอง เกิดเป็นพลังบวกในการขับเคลื่อนการทำงานอย่างมีความสุขต่อไป

ความเป็นมาของโครงการสนับสนุนชุมชนบ้านต้นโพธิ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้ผลิต “มีดอรัญญิก”

ชุมชนบ้านต้นโพธิ์เป็นชุมชนเล็กที่ตั้งอยู่ในตำบลท่าช้าง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดย พื้นเพแต่เดิมนั้นเป็นชาวเวียงจันทน์ประเทศลาวที่อพยพเข้ามาในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยกลุ่มที่อพยพมานี้มีอาชีพหลักเป็นช่างทอง และช่างเหล็กซึ่งถือว่ามีฝีมือเป็นที่ยอมรับในสมัยนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตีมีดที่ใครต่างก็รู้จักกันในชื่อ “มีดอรัญญิก”

          แต่เดิมนั้นผู้คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่ามีดอรัญญิกนั้นเป็นของดี บ้านอรัญญิก ตำบลปากท่า อำเภอท่าเรือ แต่จากการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์พบว่า แท้จริงแล้ว อรัญญิกเป็นเมืองท่าสำคัญทำให้พ่อค้า แม่ค้าในยุคสมัยนั้นต่างเอาสินค้าไปวางขาย แน่นอนว่ามีดที่ตีขึ้นจากชุมชนบ้านต้นโพธิ์ก็เป็นหนึ่งในนั้น คุณภาพของมีดที่ทั้งคมและทนทานก็ทำให้เกิดการยอมรับและพูดถึงกันแบบปากต่อปาก จนทำให้ทุกขนานนามมีดชั้นดีที่วางขายนี้ว่า “มีดอรัญญิก”

          จากจุดกำเนิดของภูมิปัญญาโบราณกว่าสองร้อยปี ปัจจุบันมีดอรัญญิกก็ได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการตีมีดไปตามยุคสมัยมีการใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วยในการผลิตเพื่อให้ได้ปริมาณเพียงพอกับความต้องการของตลาด แต่ถึงกระนั้นกลุ่มแกนนำชุมชนและชุมชนก็ยังคงต้องการอนุรักษ์ภูมิปัญญาและมรดกทางวัฒนธรรมของบรรพบุรุษจึงเป็นที่มาของการเข้ามาสนับสนุนชุมชนโดยไปรษณีย์ไทย

          ด้วยความร่วมมือระหว่างที่ทำการไปรษณีย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และไปรษณีย์เขต 1 ที่นำโครงการ “ไปรษณีย์เพิ่มสุข” เข้าไปสนับสนุนชุมชน เริ่มต้นจากการหารือร่วมกันระหว่างชุมชนและไปรษณีย์ไทยจนเห็นทิศทางตรงกันที่อยากจะพัฒนาชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเยี่ยมชมและเรียนรู้วิถีชุมชนช่างฝีมือตีมีด โดยร่วมกันพัฒนา และวางเส้นทางการเรียนรู้ในชุมชน พัฒนาจุดถ่ายภาพเพื่อเป็นจุดดึงดูดให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงการร่วมมือกับชุมชนและโรงเรียนโดยรอบในการอบรมมัคคุเทศน์น้อยเพื่อให้เกิดกลไกการขับเคลื่อนแบบครบวงจร

          ในอีกด้านหนึ่งโครงการ “ไปรษณีย์เพิ่มสุข” ได้ดำเนินการเพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของชุมชนไม่ว่าจะเป็นมีดแล่เนื้อ เคียวเกี่ยวข้าว หรือสินค้าที่ระลึกต่างๆ ด้วยการนำเข้าสู่ระบบเว็บไซต์ของไปรษณีย์ไทย เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดและการรับรู้พร้อมทั้งพัฒนาบรรจุภัณฑ์และให้ความรู้ในด้านการหีบห่อเพื่อจัดส่งผ่านระบบไปรษณีย์ ซึ่งมีเป้าหมายให้เกิดรายได้มากขึ้นแก่ชุมชนสร้างงาน สร้างรายได้ เพื่อให้เด็กรุ่นใหม่ๆ ที่สนใจยึดเป็นอาชีพและได้สืบทอดภูมิปัญญาและพัฒนาต่อไปอย่างยั่งยืน

          และได้วางเป้าหมายร่วมกันกับอำเภอนครหลวงว่าในอนาคตจะเปิดตัวตลาดน้ำเพื่อการท่องเที่ยวที่จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ของชุมชนต่อไป ภายใต้แนวคิด “ไปรษณีย์ไทย เครือข่ายชีวิต และเศรษฐกิจไทย”

 

 

ข่าวประกาศนิวส์ล่าสุด

วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 :ชาวกรุงเก่าตะลึง!!เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ร่วมงานแห่เทียนพรรษาทางน้ำ คลองเกาะเรียน ยิ่งใหญ่


วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 :อบจ.กรุงเก่า ส่งเสริมเปิดโลกทัศน์วัฒนธรรมริมสายน้ำ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงวิถีชีวิตชุมชน


วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 :แห่เทียนพรรษาทางน้ำ อำเภอเสนา ยิ่งใหญ่ตระการตาเรือกว่า 200 ลำล่องแม่น้ำน้อย


วันที่ 30 มิถุนายน 2561 :"ฝ้ายทอใจ" ครั้งที่ 11 สร้างการเข้าถึง เข้าใจ ใช้เป็น ภายใต้แนวคิด “ผ้าขาวม้าสารพัดคิด”


วันที่ 18 มิถุนายน 2561 :กรุงเก่าเตรียมจัดเทศกาลหุ่นอยุธยานานาชาติ


วันที่ 13 มีนาคม 2561 :หยุดไม่อยู่!!!กระแสออเจ้า ต่างชาติแต่งชุดไทย คุณนายผู้ว่านำทัพตามรอยบุพเพสันนิวาส


วันที่ 12 มีนาคม 2561 : ลานวัฒนธรรม ราชมงคลสุวรรณภูมิ วาสุกรี(ไหว้พระรับพร ชมละคร นอนอยุธยา)


วันที่ 30 มกราคม 2561 :งานศิลป์กับศิลปินแห่งชาติ “สอนศิลป์ถิ่นมรดกโลก”


วันที่ 12 มกราคม 2561 :"ระลึกสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ชนะศึกยุทธหัตถี"


วันที่ 12 มกราคม 2561 :กรุงเก่าจัดพิธีไหว้แม่ย่านางเรือตามวิถีชีวิตสายน้ำ


วันที่ 26 สิงหาคม 2559 :สีสัน..นันทนาการอาเซียน


วันที่ 26 สิงหาคม 2559 :โครงการชุมชนมีดอรัญญิก ไปรษณีย์เพิ่มสุข